เพราะตัดสินใจ จึงสำเร็จ...เหรอ?
posted on 31 Jan 2010 19:39 by thainewwaveทำไมต้องตัดสินใจด้วยนะ?
ตัดสินใจ แล้วจะประสบความสำเร็จเหรอ?
คราวที่แล้ว เราทิ้งท้ายเรื่องการจัดเวลา ว่าเป็นผลมาจาก
การตัดสินใจของเรา ความมุ่งมั่น ความอดทน และการมีทัศนคติที่ดี
ในความเห็นส่วนตัวของเรา
ทั้งสี่อย่างเป็นปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม มันย่อมมีเหตุผลแน่นอนค่ะ
วันนี้ขอกล่าวถึงเรื่องนี้ โดยการนำเพื่อนๆ เข้าสู่เรื่องสั้นที่มีเพื่อนๆ แต่ละคน เป็นตัวเอกของเรื่องนะคะ
อยากให้เพื่อนๆ ลองหลับตาสักครู่ ค้างไว้นะคะ แล้วจินตนาการว่า
คุณปรือตาตื่นขึ้นช้าๆ
พบว่ากำลังถูกรายล้อมด้วยผ้านวมผืนนุ่ม บนที่นอนคู่ใจ
บรรยากาศยามเช้ากำลังเย็นๆ ....
ไม่อยากจะลุกออกจากเตียง ไม่อยากเอาท่อนแขนเปลือยออกจากผ้าห่มเลย...มันเย็น
เฮ้อ(ยิ้มหน้าบาน)... หลบเข้าในผ้านวมต่อดีกว่า……
คิกๆๆ สบายจัง ^_^
ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก... ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก...
เสียงนาฬิกาปลุก.... เฮ่อ(ถอนหายใจ) ขอนอนต่ออีกหน่อยน่า...
ค่อยๆ หลับตาลง (ยิ้มน้อยๆที่มุมปาก....ข้าคือจ้าวโลกตัวจริง ฮ่าฮ่าฮ่า)
คร๊อก....ฟี้.... แล้วคุณก็ตัดสินใจนอนต่อค่ะ
ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก... ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก...
เฮ่อ...(งัวเงียๆ) 7 โมงครึ่งแล้วเหรอ...
ถึงวันนี้คุณไม่มีนัดไปทำอะไรที่ไหน แต่คุณก็ตั้งใจว่าจะอ่านหนังสือเตรียมสอบ เพราะพรุ่งนี้จะสอบแล้ว
แต่...เพิ่งเจ็ดโมงครึ่งเอง ยังมีเวลาอ่านอีกทั้งวัน
นอนๆ อีกนิดหน่อยแล้วกัน
วิ้ว...ลมพัดเข้าทางหน้าต่าง บรรยากาศเย็นสบายชะมัด
คร๊อก....ฟี้.... ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก...
คร๊อก....ฟี้.... ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก...
คร๊อก....ฟี้.......... และคุณก็ตัดสินใจนอน...นอน...อย่างยาวเลย
11 โมง!!! พระเจ้าช่วยกล้วยทอด
ต้องอ่านหนังสือ อ่านหนังสือ อ่านหนังสือ อ่านหนังสือ
ว่าแล้วคุณก็รีบกุลีกุจอลุกจากที่นอน พลางบ่นตัวเอง....
นอนเพลินอีกแล้วเรา แล้วชั้นจะอ่านหนังสือทันมั๊ยเนี่ย...
แล้วคุณก็ปลอบตัวเอง ไม่เป็นไรๆ... ทันชัวร์ คนข้างบ้านมันยังอ่านหนังสือตอนเช้าก่อนสอบเลย
( ลืมคิดไปว่า ตัวเองกับคนข้างบ้านเรียนคนละที่ วิชาก็ไม่เหมือนกัน 55+)
คุณเดินเข้าห้องน้ำ และด้วยความเร่งรีบ คุณจึงเผลอเตะขอบประตูห้องน้ำ
แป๊ะ! อู๊ย.....เจ็บ เจ็บ เจ็บ
คุณหดเท้าเข้ามา จะเอาจมูกเป่า ก็ลืมไปว่ามันเอาเข้าไม่ถึง
คุณเลยเสียหลักเซหลังไปเล็กน้อย หัวคุณเลยโขกเข้ากับขอบประตูห้องน้ำเข้าให้อีก
ปึก! อู๊ย...เจ็บ ไรนักหนาวะเนี่ย...
คุณทั้งเท้าเจ็บและหัวโนเดินเข้าไปอาบน้ำ
“ เพื่อดาวดวงนั้นที่ฝันที่อยากเป็น เพื่อดาวดวงนั้น แม้ฝันคงไม่ไกล....”
เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือดัง
คุณจ้ำอ้าวไปรับทั้งที่ยังมีผ้าขนหนูพันอยู่ เพราะไม่อยากเสียตังค์โทรกลับ 55+
“ ฮัลโหล ”
“ ฮัลโหลโย๋เย๋ สาวน้อย ”
“ เฮ้! โชค! หวัดดีแก เป็นไงบ้าง คลื่นรักอะไรหอบมา ถึงโทรหาเราเนี่ย”
คุณหัวเราะกร๊ากๆเสียงดัง ขณะที่ปลายสายอีกด้าน กำลังก้มเช็ดอ้วกที่พุ่งออกมาเมื่อสักครู่
“ พอดีว่าตอนนี้อยู่แถวๆ สยาม นานๆ จะได้มาแถวนี้ที เห็นว่าอยู่ใกล้ๆ ออกมาเจอกันหน่อยดิ”
คุณประมวลผลอย่างรวดเร็วในใจ....
ศุภโชคเป็นเพื่อนเก่าสมัย ม.ต้น...
เรียนมหาวิทยาลัยที่ในกรุงเทพฯ แต่ไม่เคยเจอกันเลย...
ศุภโชคเป็นเพื่อนที่นิสัยน่ารักมาก…
เราก็อยู่ใกล้มาก…ถ้าไม่เจอตอนนี้แล้วจะได้เจออีกเมื่อไหร่เนี่ย
“ ได้เลยแก ร่ายสถานที่มาเลย...” และนี่คือการตัดสินใจอีกครั้งของคุณ
แล้วคุณก็เดินกลับไปแต่งตัวต่อด้วยความรวดเร็ว
ความรวดเร็วในระดับที่ทำให้ความกระจ่างของใบหน้าจากการโบ๊ะแป้งฝุ่นไม่เท่ากัน
(โชคดีที่คุณใส่เสื้อถูกด้านนะเนี่ย)
คุณออกไปเจอเพื่อนเก่าตั้งแต่เที่ยงวันยันห้าโมงเย็น
คุณรู้สึกดีใจมากที่ได้เจอเพื่อน
หลังจากส่งเพื่อนกลับ คุณก็เดินกลับที่พัก
จากนั้นเรื่องจริงของชีวิต! ก็ไหลเข้าสมองของคุณอีกครั้ง
ตายแล้ว...ชั้นต้องอ่านหนังสือ! นี่มันจะหกโมงเย็นแล้ว
คุณรู้สึกตื่นเต้นและเป็นกังวล แต่รู้สึกได้ไม่นาน คุณก็ทำใจอย่างรวดเร็ว และปลอบตัวเองว่า
ไม่เป็นไรน่ายังมีเวลาอีกทั้งคืน
พอถึงที่พัก คุณก็ทำนู่นนี่ คุยโทรศัพท์เม้าท์เรื่องรอบวันตามความเคยชิน
คุณมองดูนาฬิกา ทุ่มครึ่งแล้ว... โอเค ยังเม้าท์ได้อีก
หลังจากที่เม้าท์เสร็จ คุณก็นำข้าวกล่องที่ซื้อไว้มากิน
ดูทีวีย่อยอาหารนิดหน่อย
แล้วค่อยไปอาบน้ำ
คุณหัวเปียกออกมาจากห้องน้ำ เงยหน้าขึ้นดูนาฬิกา
พระเจ้า...นี่มันจะสี่ทุ่มแล้ว!
คราวนี้คุณตกกะใจจริงๆ คุณเริ่มกังวล และเริ่มรู้สึกกดดัน
หนังสือเล่มหนารอคุณอยู่ คุณจะจัดการมันให้ทันคืนนี้ยังไงเนี่ย?
สมองของคุณเริ่มเบลอ ใจคุณประท้วงว่าอยากจะนอนแล้ว
เพราะวันนี้ไปเดินเล่นมาทั้งวัน
แต่อีกด้าน คุณก็กังวลเรื่องอ่านหนังสือสอบ!
ถึงแม้มันจะเป็นการสอบที่ไม่มีผลต่อผลการเรียน แต่มันก็มีผลต่อการสมัครงาน
และแม้คุณสามารถสอบใหม่เมื่อไหร่ก็ได้
แต่คุณคิดในใจ ...เสียค่าสมัครสอบใหม่ตั้งเป็นพัน ไม่อยากจะเสียเด็ดขาด...
คุณตัดสินใจแน่วแน่ ชั้นจะต้องอ่านหนังสือให้ได้มากที่สุดในคืนนี้
จากนั้นคุณหยิบกระดาษเอสี่ออกมาหนึ่งแผ่น
เขียนตารางเวลาลงไป แยกเป็นช่วง
22-24.00(อ่านส่วน 1), 24-03.00(นอน), 03-06.00(อ่านส่วน 2),
06-08.00(นอน), 08-09.00(อาบน้ำแต่งตัว กินข้าว), 09-11(อ่านส่วน 3)
ว่าแล้วคุณก็ลงมืออ่านหนังสือทันที ด้วยความกระวนกระวายใจ
คุณรู้ว่าความกระวนกระวายทำให้เสียสมาธิ
คุณจึงหลับตา ตั้งสมาธิ เพ่งความคิดไปที่คะแนนสอบ 80% ขึ้นไป
คุณรู้สึกตื่นเต้นขั้นมาทันที และคิดว่าคุณต้องได้แน่ๆ คุณจึงรู้สึกดีกับตัวเอง ^_^
เมื่อถึงช่วงพักนอน คุณก็นอน คร๊อก...ฟี้...
ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก...
คุณงัวเงียขึ้นมา ไม่อยากลุกเลย ขี้เกียจจังแต่...ไม่ได้ ต้องอ่าน ต้องอ่านเท่านั้น
แล้วคุณก็ลงมืออ่านส่วนที่ 2 ต่อ
ทั้งง่วง ทั้งอากาศเย็นน่านอน.... คุณต้องต่อสู้กับทั้งความขี้เกียจ และความง่วง
เอาน่า...คุณคิด ต้องอ่านได้สิ ถ้าเราอ่านนี่ได้หมด เราทำข้อสอบได้แน่ๆ เจ๋งจะตาย ^_^
คุณอ่านหนังสือด้วยความรู้สึกมั่นใจ และรู้สึกดีกับตัวเอง
จากนั้นก็ได้เวลาพักสายตา
คุณซุกตัวเข้านอนแล้วก็ตื่นไปอาบน้ำ แต่งตัวอย่างรวดเร็ว กินข้าวอย่างไว
รักษาเวลาได้เยี่ยม!
พอถึงเก้าโมง คุณก็ได้อ่านหนังสือต่อเป็นช่วงสุดท้าย
ที่ผ่านมาอ่านได้เกินครึ่งนิดหน่อย
คุณรู้ว่า คุณคงไม่สามารถอ่านได้เสร็จทั้งหมดแน่ แม้จะมาร์คส่วนที่สำคัญไว้แล้วก็เถอะ
แต่ไม่เป็นไร คุณคิด ทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน
คุณยังคงมีหวังกับคะแนน 80% ขึ้นไปอยู่
เพราะมีความหวัง คุณจึงมีพลังด้านบวกอย่างมากมาย
ทุกอย่างในวันนี้ของคุณ ดูจะสดใสขึ้นเป็นกอง ^_^
...................
เพื่อนๆ ว่า “คุณ” ในเรื่องนี้
มีบางส่วนที่คล้ายๆ กับตัวจริงเสียจริงของเพื่อนๆ กันบ้างหรือเปล่าคะ
คุณ ที่ตัดสินใจ จะนอนต่อตามสบายอารมณ์
คุณ ที่ตัดสินใจ จะไปเที่ยวกับเพื่อนเก่าโดยใช้เวลามากมายทีเดียว
คุณ ที่ตัดสินใจ เม้าท์เล่นจนลืมเวลา
คุณ ที่ตัดสินใจ อ่านหนังสือจริงจัง
คุณ ที่ทำตามเป้าหมายอย่างมุ่งมั่น ไม่ย่อท้อ
คุณ ที่อดทน ต่อความง่วง และความขี้เกียจ
คุณ ที่ให้กำลังใจตัวเอง
และคุณ ที่รักษาทัศนคติที่ดีอยู่เสมอ
สรุปจากเรื่องสั้นที่มีเพื่อนๆ เป็นตัวเอก ^_^
เพื่อนๆ คงเห็นแล้วว่า หลังจากที่ "คุณ” ตัดสินใจจะอ่านหนังสือ
“คุณ” ก็เกิดการจัดตารางเวลาการอ่านหนังสือ
รวมทั้งการใช้เวลาในส่วนอื่นๆ (อ่านหนังสือ พักผ่อน กิน อาบน้ำ)
ทั้งนี้ “คุณ” ก็ต้องอาศัยความมุ่งมั่น และความอดทน
ที่จะทำให้เป้าหมายการอ่านบรรลุผล
ไม่เช่นนั้น “คุณ”อาจจะเบี่ยงเป้าหมายจากหนังสือเล่มหนา
ไปที่ผ้านวมผืนหนานุ่มแทนก็ได้
อีกทั้ง “คุณ” ยังต้องการการคิดในแง่บวก
คิดเรื่องดีๆ ให้กำลังใจตัวเอง
เพื่อทำให้ “คุณ” รู้สึกดี และมีพลังใจที่มีภูมิต้านทานเข้มแข็ง ^_^
เรื่องที่แต่งขึ้นให้เพื่อนๆ อ่านนี้
จริงๆ แล้วก็เอามาจากเสี้ยวชีวิตของเราและของใครอีกหลายๆ คน
(ดูคุ้นๆ เป็นบางส่วนบางตอนบ้างไหมคะ)
หวังว่าเพื่อนๆ คงจะได้ประโยชน์บ้าง
หรือถ้าขำๆ ฮาๆ เป็นบางตอน ก็ยังน่าดีใจ ^_^.
ในชีวิตประจำวันของเพื่อนๆ ก็คงต้องมีการจัดเวลาในการชีวิตประจำวันเช่นเดียวกัน
ซึ่งคงสอดคล้องกับเป้าหมายในชีวิตของเรา
จะเล็กๆ สามารถบรรลุภายใน 10 นาที
หรือจะยาวๆ ต้องทำต่อเนื่องกันเป็น 10 ปี ก็ตามแต่
ขอแค่เราได้เริ่มลงมือทำ ก็ยังมีหนทางสว่างสดใสรออยู่
เราเชื่ออย่างนั้นนะ
ทีนี้ก็กลับมาสู่คำถามที่ว่า
เพราะตัดสินใจ จึงสำเร็จ...เหรอ?
เราเชื่อมั่นมาก ว่าต้องเป็นเช่นนั้นแล
การทำอะไรโดยขาดการตัดสินใจ ก็เหมือนกับออกเรือโดยไม่ปลดเชือก
ยึกๆ ยือๆ ไม่ไปไหนมาไหนเสียที
แล้วทีนี้ความมุ่งมั่น ความอดทน และทัศนคติที่ดีจะงอกงามตามได้อย่างไร
เพื่อนๆ ล่ะคะ พายเรือออกจากฝั่ง แล้วลืมปลดเชือกกันบ้างรึเปล่า?
สุดท้าย ขอรายงานผล ปฏิบัติการมาร์ชมาลโลว์ออมทรัพย์ทวีคูณ ของเราค่ะ
วันนี้ ดำเนินมาถึงวันที่ 7 แล้ว
จากจำนวนรวม 1 บาทในวันแรก
ตอนนี้กลายเป็น 127 บาทแล้วค่ะ
น่าตื่นเต้นจริงๆ รู้สึกก้าวกระโดดจนน่าตกใจ
แล้วพบกันคราวหน้ากับเรื่องราวดีๆ ที่เราจะพยายามไปเสาะหามานะคะ
... ดูทุ่มเทเนอะ
edit @ 31 Jan 2010 20:12:55 by ThaiNewWave
edit @ 31 Jan 2010 20:15:03 by ThaiNewWave
edit @ 1 Feb 2010 15:38:09 by ThaiNewWave
