แรงบันดาลใจ...Part 1 แสงแรก

posted on 10 Feb 2010 03:12 by thainewwave

แรงบันดาลใจ Part 1

 

 

เคยไหมคะ  กับความรู้สึกแบบที่...

 

 

คุณกำลังใช้ชีวิตของคุณอยู่ดีๆ  ก็ดันมี เฟี้ยว!

 

 

....วัตถุบางอย่างลอยมาจากทิศไหนก็ไม่รู้   กระแทกเข้าหัวของคุณจังๆ 

เล่นเอาคุณมึน...งง...ต้องทำตาปริบๆ และพยายามมองโลกใหม่อีกครั้ง

 

 

 

  

ฉันเคยค่ะ  เมื่อไม่นานมานี้เอง

 

เหตุเกิดเพราะ  ในวันดีคืนดีนั้น

 

ฉันกับเพื่อนที่น่ารัก(น่าตี)คนหนึ่ง  กำลังคุยสัพเพเหระกัน

 

 

จากเม้าท์ๆชาวบ้าน จนกลายเป็นเรื่องชีวิตหลังเรียนจบจากรั้วมหาวิทยาลัย

 

 

ได้ยังไงก็ไม่รู้

 

 

 

 

เพื่อนถามฉันว่า

 

 

ปูมีความใฝ่ฝันอะไรในชีวิตเหรอ

 

 

ปูอยากมีชีวิตแบบไหน

 

 

แล้วอีก 10 ปี 20 30 ข้างหน้า  ปูเห็นภาพตัวเองเป็นแบบไหน

 

  

พระเจ้าช่วยกล้วยทอด!  ฉันได้แต่อึ้งกับคำถามเหล่านั้น

 

 

ฉันไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้มาก่อนเลย!

 

 

  

พอตั้งสติได้  ฉันก็อ้อมแอ้มตอบเพื่อนไปว่า

 

 

เค้าก็อยากมีชีวิตที่มีความสุขไงล่ะ

 

 

 

 

 

เพื่อนถามต่อด้วยนัยน์ตาใสแบ๊ว

 

 

มีความสุขยังไงเหรอ

 

 

ก็...มีครอบครัวที่มีความสุข  แล้วก็มีเวลาไปทำอะไรที่ชอบ อย่างไปเที่ยว...

 

 

 

ดวงตาใสแบ๊ว เริ่มปรากฏแววเข้าใจ

 

 

แล้วทำไง ปูถึงจะมีอย่างนั้นได้ล่ะ 

ปูได้คิดทำอะไรเพื่อให้มีครอบครัวที่มีความสุข  หรือมีเวลาว่างไปเที่ยวบ้างรึเปล่า

 

 

ต้องคิดแล้วเหรอ?!?”

 

 

 

และแน่นอน  ดวงตาใสแบ๊วคู่นั้นจ้องฉันนิ่งด้วยความประหลาดใจ...

 

 

 

ฉันกับเพื่อนจบการสนทนากันในอีกไม่กี่อึดใจต่อมา อย่างไรก็จำไม่ได้แล้ว

 

 

แต่สิ่งที่ฉันได้รับในวันนั้น  มันเหมือนมีระฆังมา ฉึ่ง!

 

ที่ข้างหูดังๆ จนสะเทือนไปถึงสติสัมปะชัญญะว่า

 

 

ชีวิตของฉัน หลังจาก entrance ที่ผ่านมา 

 

ช่างไร้เป้าหมาย  ขาดแรงจูงใจ และไม่มีความกระตือรือร้น

 

ที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้นกว่าเดิมเลย 

 

 

 

 

แหง่ว...แหง่ว...แหง่ว...

 

 

ฉันรู้สึกว่า ทั้งตัวและหัวใจดวงน้อยๆ ฟีบ...ลง...อย่างเห็นได้ชัด

 

 

โลกวันนี้ ช่างไม่น่าอภิรมย์

 

 

"...ความมืดมิด  อยู่ตรงนี้ 

ไม่มีแสงดาวสักดวง  ไม่เห็นแสงเดือนดวงไหน

 

ควานหา  ว่าตัวฉันยืนที่ใด  ไม่รู้ ไม่เจออะไร

 

ข้างในดวงใจ  ใครที่เห็นฉันบ้าง

 

มีแต่ความกลัว  กลัวเพราะมันแสนอ้างว้าง

 

หลับตา ลืมตา ไม่เจอสักครั้ง..."

  

 

เอาล่ะค่ะ  ขอพักเรื่องไว้เท่านี้ก่อนนะคะ

 

 

พรุ่งนี้มาลุ้นกันต่อ ว่า ฉัน ที่กำลังเหี่ยวได้ที่

 

จะทำอย่างไรกับชีวิตที่เหลือของเธอ  (ซึ่งจริงๆ ก็คือเรานี่แหละค่ะ ฮ่าฮ่า)   

 

ปูตัวน้อยๆ  ขอลาเพื่อนๆ ณ บัดนี้ล่ะค่ะ

 

สวัสดีค่ะ

 

 

ปล. ขอบคุณเพลง "แสงแรก" ของ Bodyslam

 

edit @ 14 Feb 2010 14:21:50 by ThaiNewWave

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

big smile big smile big smile
สู้ๆนะครับ

#2 By น้องเอ็ม (161.200.255.162) on 2010-02-10 03:55

อืม ขอโทษนะที่เราจะคอมเมนต์ไม่เกี่ยวกับเรื่อง
คือเรารู้สึกว่า คนเราอยู่บนอินเตอร์เน็ตแล้วมันสมาธิสั้นมาก
ดังนั้นหากเขียนบทความยาวๆเกินไป
มันดูไม่น่าอ่านเท่าไรอ่ะ

ปูลองจำกัดให้มันมีแต่เนื้อๆเน้นๆเลยดิ
มันจะน่าอ่านมากกว่านี้อ่ะ

สู้ๆ

#3 By น้องเอ็ม (161.200.255.162) on 2010-02-10 04:29

เราว่า การคิดไว้มันก็เป็นเรื่องที่สำคัญน่ะ เพราะถ้าเราวางแผนไว้ว่า ในอนาคต อยากทำอะไร อยากมีชีวิตแบบไหนไว้อย่างดี มันก็จะสามารถทำได้จริง big smile

..ตอนนี้คงต้องมานั่งคิดกันจริงจังซักที 55

ป.ล.เพื่อนคนนั้นนี่ คงเป็นคุณคนนั้นสิน่ะ question

#4 By ^^oHm!-Kun^^ on 2010-02-11 03:01

keep going na ja ^^big smile

#5 By Kitti (58.8.6.82) on 2010-02-13 23:31

ดีจ้า เป็นคำถามที่ช่วงนี้คนใกล้จบโดนถามทุกคนอ่ะเนอะ
เราเองก็โดนถามอยู่บ่อยๆเหมือนกัน ซึ่งเราก็ยังลังเลอยู่เลย ทั้งๆที่น่าจะตัดสินใจเสียทีได้แล้ว

เหมือนชีวิตย้อนกลับไปมั้ย? ตอนจะขึ้นม.ปลายก็โดนถามว่าจะเข้าสายอะไร? จะเอนทรานซ์ก้อถูกถามเสมอว่าจะเข้าคณะอะไร?

เราไม่รู้ว่าอย่างปูรู้สึกยังไงเวลาโดนถามนะ แต่อย่างเรา...เราถือว่าเราโชคดีที่ได้รู้จักตัวเองในระดับนึง เลยค่อนข้างชัดเจน แต่อย่างน้องเราตอนช่วงเอนทรานซ์ มันร้องไห้เลย แถมหลบหน้าไม่ยอมไปร่วมงานเวลาญาติๆมีจัดงานเลี้ยงเลยล่ะ

#6 By sHeRrY (58.9.120.197) on 2010-02-14 01:50

การที่ไม่รู้จุดมุ่งหมายต่อไปของชีวิตเนี่ย น่ากลัวจริงๆ นะ
เพราะเขาไม่รู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ เขาจึงสะเปะสะปะไปเรื่อยเลย
และที่สำคัญ เขาอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาไม่รู้
(ซึ่งเราก็เคยเป็นงั้นก่อนหน้านี้แหละ ^_^)

#7 By ThaiNewWave on 2010-02-14 03:21

เต็มที่เลยคร้าพี่ปู ...

ไม่ต้องไปกลัววันพรุ่งนี้นะคะ

#8 By (161.200.212.90) on 2010-02-14 05:02

อืม....พระพุทธศาสนาสอนให้เราอยู่กับปัจจุบัน

ถ้าปัจจุบันเรามีความสุข อนาคตจะเป็นอะไรก็ช่างเหอะค่ะ big smile

#9 By bee_jung on 2010-02-26 15:30

แต่ถ้าไม่มีความหวังเลย เราก็จะขาดพลังทำเพื่ออนาคตเนอะ


ชักงงๆopen-mounthed smile

#10 By bee_jung on 2010-02-26 15:31

น้องปู อย่าคิดมากขนาดน้าน สบายๆ

#11 By (58.9.156.56) on 2010-02-26 15:53

พี่คิดเหมือนน้องปูนะ ก็แค่ทำชีวิตให้มีความสุขในแต่ละวันก็พอ

ถ้าเราจะต้องทำทุกอย่างเพื่อจะได้มีความสุข"ในวันข้างหน้า"

แล้ววันนี้หล่ะ....

แล้วเราจะแน่ใจได้ยังไงว่าวันข้างหน้าที่เรามีทุกอย่างแบบที่เราคิดแล้ว เราจะมีความสุขจริงๆ อิอิ

#12 By พี่เอ๋ (125.26.162.86) on 2010-02-26 16:21