ความเดิม...
ทุกครั้งที่เรารุ้สึกสบาย ให้รู้ไว้เลยว่า กำลังมีคนอย่างน้อยสองคนที่เราลำบากเพื่อเราอยู่
ยื่งเราสบายมาก เขาก็ยิ่งลำบากมาก....
ฉันที่กำลังนึกเสียใจได้ที่ กับพฤติกรรมของตัวเองที่ผ่านมา
อยากเลิกเป็นนางเอกบนจอแก้วที่เอาแต่ร้องไห้
ฉันคิด..ถ้าลองกลับกันเป็น
"ทุกครั้งที่เราลำบาก ให้รู้ไว้เลยว่า จะมีคนอย่างน้อยสองคนที่เขากำลังสบายขึ้น"
อย่างนี้ค่อยดีหน่อย
เลิกร้องไห้งอแง แล้วคิดอะไรดีๆ ได้จริงๆด้วย ^^
ฉันต้องการอะไรบ้างนะ ถึงจะทำให้ครอบครัวมีความสุขและสุขสบาย
...
ถ้าเปรียบครอบครัวคือบ้านหลังหนึ่ง
บ้านที่ดี ก็ต้องมีโครงสร้างเหล็กที่แข็งแรง
...นั่นก็คือความรัก ความเข้าใจกันของคนในครอบครัว ซึ่งพวกเรามีอยู่แล้ว ^^
บ้านที่ดี ยังต้องมีผนังปูนหรือไม้ จึงจะสมบูรณ์ ไว้หลบแดดหลบฝนหลบลมแรงๆ ได้
...นั่นก็คือ ปัจจัยภายนอกพื้นฐานที่จำเป็นต้องมี คือ เงิน นั่นเอง
แล้วจะสมบูรณ์สูงสุด ก็เมื่อมีเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน พร้อมอยู่
...ซึ่งนั่นก็คือ ปัจจัยที่ต้องมีไว้หาสิ่งเหล่านี้มาเพิ่มเติม นั่นก็คือ เงิน และ เวลา นั่นเอง
เงิน! เวลา!
เงินไว้จับจ่ายปัจจัยพื้นฐาน ..อาหาร...ที่อยู่...เครื่องนุ่งห่ม..ยารักษาโรค...ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ
เงินไว้สนองความใฝ่ฝัน ไปเที่ยว ช้อปปิ้ง กินหรูๆ แบ่งส่วนคืนแก่สังคม
เวลา ไว้อยู่กับคนที่เรารัก ได้ดูแลกัน
เงินเท่าไหร่ จึงจะพอ?
เวลาเท่าไหร่ จึงจะเพียงพอ?
เรื่องจำนวนเงิน ฉันแอบคำนวนคร่าวๆ ไว้ในใจแล้วล่ะ (แต่ไม่บอกหรอก ฮิฮิ)
ส่วนเวลา ... ถ้าฉันต้องทำงานเป็นลูกจ้าง
ฉันจะกำหนดเวลาทำงานได้เหรอ
จะกำหนดเวลาอยากว่างได้เหรอ
ถ้าสมมติ แม่กับพ่ออยากไปเที่ยวบ่อยๆ แล้วฉันจะลางานพาไปบ่อยๆ ได้เหรอ
มีข้อสงสัยที่มากมายจริงๆ
ฉันในตอนปี 2 ยังคิดเรื่องนี้ไม่ตก
จึงเริ่มง่ายๆ ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่ตัวเองเป็นอันดับแรก
ฉันเปลี่ยนแปลงการใช้เงินโดยสิ้นเชิง
ฉันไม่หยิบเงินให้กับสิ่งของและเรื่องไร้สาระอีกต่อไป จะซื้ออะไรต้องคิด
1. มันถูกใจฉันไหม 2. ฉันใช้มันได้จริงๆ ไหม 3. จำนวนการใช้คุ้มค่าไหม
หรือ ถูกใจ-ใช้ได้-คุ้มค่า นั่งเอง
หลังจากเริ่มได้ไม่นาน ฉันก็พบว่า
ฉันกำจัดการซื้อของที่เคยมานั่งเสียดายเงิน ได้แทบทั้งหมดเลย
(ประมาณ 95.55% >>>ดูเว่อร์เนอะ ^^)
เรื่องการใช้เวลา
ฉันปรับเปลี่ยนให้ทุก 1 นาทีมีความหมาย
ตั้งแต่ เลือกลงวิชาเรียนที่ตัวเองสนใจเท่านั้น โดยไม่คำนึงว่าเกรดจะได้มาง่ายหรือยาก
ฉะนั้น ฉันจึงไม่เคยนั่งเบื่อ หรือโดดเรียนเลย
เมื่อว่างจากการเรียน ฉันก็มักไปขลุกอยู่กับ เพื่อนสนิทเจ้าเก่า คือ ลูลู่ นั่นเอง
ทำตัวเบาๆ ให้ลู่พาไปไหนต่อไหน
ที่ปล่อยตัวอย่างนี้ ก็เพราะลู่มักจะนำฉันไปในที่ดีๆ น่ะสิ
เช่น พาฉันไปเรียนรู้เรื่องธุรกิจ การสร้างทัศนคติที่ดี การสร้างกำลังใจ
ถ้ายังว่างอีก ฉันจึงค่อยดูหนัง หรืออ่านนวนิยาย ตามประสาคน(เคย)รักมันมากๆ
ฉันทำอย่างนี้มาตลอดจนถึงปัจจุบัน ซึ่งก็คือราวๆ 2 ปีแล้ว
ฉันรู้สึกมีความสุขมาก
รู้สึกว่า ทุกวันที่ฉันตื่นขึ้นมา ช่างมีความหมาย และมีคุณค่า
มีสิ่งดีๆ ที่รอฉันอยู่ (เพียงแค่ฉันจะดันตัวออกจากผ้าห่มหนานุ่มเท่านั้น ^^)
ฉันสามารถโทรศัพท์คุยกับพ่อแม่ได้อย่างภุมิใจและมีความสุข
เพราะฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่หยุดนิ่งที่จะทำอะไรดีๆ เพื่อพวกท่านอยู่
ฉันขอบคุณ...
ทุกสิ่งดี-ร้าย ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
ทุกคน ที่เข้ามา ยังอยู่ จากไปแล้ว และกำลังจะเข้ามาใหม่
หนังสือมีสาระ และไร้สาระทุกเล่ม
หนังทุกเรื่อง
Facebook
และขอบคุณ Blog นี้ ที่ทำให้ฉันได้รู้สึกว่า กำลังทำอะไรดีๆ อยู่
และทำให้ฉันได้กลั่นกรองความคิดของตัวเอง
ฉันถึงได้รู้ชัดเจนเลยว่า " ฉันรู้สึกมีความสุขมากขึ้นมากๆ"
และที่สำคัญ ฉันขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่อ่าน ที่คอมเมนท์
ทุกการอ่าน ทุกการเมนท์ คือกำลังใจที่เพื่อนๆ มอบให้ฉัน
ฉันรู้ดีว่าบล็อกนี้คนอ่านไม่เยอะเลย
แต่ก็ไม่เป็นไร แม้จะมีคนอ่านเพียงแค่คนเดียว
ฉันก็ยังจะเขียนอยู่
^^
ขอบคุณจริงๆ ค่ะ
" อยากขอบคุณเธอเหลือเกิน ที่ยังรักกันเรื่อยมา
เป็นกำลังใจ ให้ฉันทุกเวลา ไม่ว่าอยู่ไหนก็ตาม
ฉันมีแต่เพลง กับใจ มอบให้เพียงเธอ
ด้วยความตื้นตันจากใจ ที่เธอดีกับฉัน
ได้ยินเพลงนี้เมื่อไหร่ ให้คิดถึงกัน
เธอจะมีฉันเฝ้าคอยห่วงใย
จะส่งความรักด้วยเพลง ให้เธอสุขใจ
ทุกความรู้สึกที่มีนั้น กลั่นจากใจฉันถึงเธอ"
ปล. ขอบคุณเพลง "จากฉันถึงเธอ" ของ The Generations (เก่ามาก)
edit @ 26 Feb 2010 15:20:17 by ThaiNewWave